Landmark Forum คืออะไร? ดีจริงไหม? เรียนแล้วได้อะไร?

ผมไม่แน่ใจว่ามีใคร รู้จัก ได้ยิน หรือ เคยโดนชวนไปเรียน Landmark Forum บ้างรึเปล่า และ ถ้าคุณเคยได้ยิน หรือ โดนชวนไปเรียน คุณอาจจะรู้สึกว่า “นี่มันคอร์สอะไรวะ มันดีขนาดนั้นเลยหรอ ทำไมคนชวนมันขยันชวนขนาดนี้” ที่สำคัญคือ เมื่อคุณตามหาคำตอบใน Google เกี่ยวกับ Landmark Forum คุณจะค้นพบว่า มันไม่มีคำตอบเลยว่า เรียนเกี่ยวกับอะไร หรือ เรียนแล้วได้อะไร ดังนั้นผมที่เพิ่งไปเรียนมาจะมาเล่าให้ฟังเองครับ

  1. Landmark Forum คืออะไร?
  2. ใครคือเจ้าของ Landmark Forum?
  3. ประสบการณ์การเรียน Landmark
  4. Landmark เรียนเกี่ยวกับอะไร?
  5. เรียน Landmark แล้วได้อะไร?
  6. รวมคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ Landmark
  7. สรุป

Landmark Forum คืออะไร?

Landmark Forum หรือ แลนด์มาร์คฟอรั่ม เป็นอีก 1 หลักสูตร หรือ สัมมนาเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเอง ที่มีเป้าหมายในการทำให้ผู้เรียนใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและมีพลังในทุกๆด้านของชีวิตหรือที่ชาว Landmark ชอบเรียกกันว่า Transformation นั่นเองครับ ซึ่งตัวสัมมนาก็มีจัดอยู่ด้วยกันในหลายประเทศทั่วโลกและมีจัดทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่

สำหรับ Landmark Forum ที่จัดที่ประเทศไทยก็มีให้เลือกเรียนทั้ง ออนไลน์ และ ออฟไลน์ ส่วนตัวผมไปเรียนออฟไลน์มาครับ ใช้เวลาเรียนไปทั้งหมดราวๆ 40 ชั่วโมง (3 วันเต็มๆ กับอีก 1 คืน)

ใครคือเจ้าของ Landmark Forum?

Landmark Forum เป็นหลักสูตรที่ถูกพัฒนามาจากบริษัทที่ชื่อว่า Landmark ครับ โดยที่ตัวบริษัทก็เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกัน ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1991 และ แน่นอนว่านี่คือ for-profit company นะครับ ไม่ใช่บริษัทไม่แสวงหากำไรแบบที่หลายๆคนเข้าใจผิด ซึ่งเท่าที่หาข้อมูลเพิ่มเติมคือ บริษัทนี้จัดการความเป็นเจ้าของแบบ Employee Stock Ownership Plan (ESOP) แปลเป็นไทยง่ายๆว่า หุ้นหรือความเป็นเจ้าของทั้งหมดถูกถือโดยพนักงานกว่า 600 คนทั่วโลก

และข้อมูลเพิ่มเติมที่เจอก็คือตัว Landmark Forum เนี่ยเป็น IP ที่ถูกซื้อและปรับปรุงเพิ่มเติมจากเจ้าของเดิมอย่าง Werner Erhard โดยก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่า EST Training

Werner Erhard นักเขียนชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้ง EST Training

ประสบการณ์การเรียน Landmark

ผมก็เป็นอีก 1 คนที่โดนชวนจากหลายคนรอบตัวอย่างหนักหน่วงครับ ขีดเส้นใต้คำว่า “อย่างหนักหน่วง” เจอหน้าก็ถาม โทรมาก็ถาม จนผมต้องตัดสินใจไปเรียนเพราะอยากรู้มากๆว่ามันเกี่ยวกับอะไร เพราะทุกคนที่มาชวนล้วนแต่บอกว่า “มันเป็นหลักสูตรที่เปลี่ยนชีวิต”

อย่างที่ผมบอกว่าจริงๆแล้วสามารถเลือกเรียนได้ทั้งออฟไลน์ และ ออนไลน์ครับ แต่เผอิญว่าผมละอยากรู้จริงๆว่ามันเป็นยังไง มันดีขนาดนั้นเลยหรอ ก็เลยตัดสินใจไปเรียนออฟไลน์ครับ เพราะกลัวว่าออนไลน์มันจะไม่เข้มข้น

สัมมนารุ่นที่ผมไปเรียนจัดที่โรงแรม Arnoma Grand ตรงราชประสงค์ครับ เป็นห้องจัดสัมมนาที่ใหญ่พอสมควร โดยที่จัดผังห้องเรียนเป็นเก้าอี้เรียงกันยาวๆ ซ้อนแถวกัน ซึ่งจำนวนมนุษย์ทั้งหมดในห้องประเมินด้วยสายตาน่าจะมีราวๆ 200 คนได้

บรรยากาศในห้องเรียน

ส่วนวิธีการเรียนจะเป็นแบบที่ Leader หรือ โค้ช เป็นคนเล่าเรื่องเกี่ยวกับ Landmark Forum สลับกันการให้ผู้เข้าเรียนออกไปเข้าร่วมการ Coach ในแต่ละหัวข้อ (ก็คือออกไปเล่าเรื่องของตัวเอง แล้วก็ให้ Leader โค้ชไปเรื่อยๆ) ซึ่งปัจจุบันเป็นภาษาไทยแล้ว แต่เคยได้ยินว่าสมัยก่อน โค้ชเป็นภาษาอังกฤษและต้องมีล่ามคอยแปล

เริ่มเรียนตั้งแต่ 9.00 จนถึงราวๆ 22.00 ตลอดทั้งวันก็จะมีการพัก 3 ครั้ง คือ เที่ยง บ่าย และ เย็นครับ (ไม่มีอาหารจัดให้นะครับต้องหากินแถวนั้น) ระหว่างที่ออกไปพักก็จะมีการบ้านให้เราออกไปทำด้วยครับ

ในช่วงเวลาเรียนจริงๆก็ไม่ได้ยึดโทรศัพท์แบบที่หลายๆคนบอกนะครับ แต่ถ้าเล่นแล้วโค้ชเห็นก็จะโดนเตือน หรือ บางทีก็มีทีมงาน (เรียกว่า Assist) เข้ามาเตือนให้เก็บโทรศัพท์บ้าง (ห้ามถ่ายรูป และ ห้ามจดด้วยครับ แต่ผมแอบจดกระจุยกระจาย)

รากงอกโดยสมบูรณ์แบบจริงๆครับ นั่งทั้งวัน จนปวดตูดไปหมด

Landmark เรียนเกี่ยวกับอะไร?

คำถามนี้น่าจะเป็นคำถามที่หลายๆคนสงสัยเป็นอย่างมาก และความแปลกประหลาดก็คือ ถ้าเราไปถามคนที่เคยเรียนหรือคนที่ชวนเราไปเรียน มักจะไม่ได้คำตอบ หรือถ้าถามว่าเรียนแล้วได้อะไร ก็จะโดนคำตอบประมาณว่าแบบ แล้วแต่คน ได้ไม่เท่ากันต่างๆนาๆ แต่สำหรับผมมันไม่ได้อธิบายยากขนาดนั้นครับ

คำค้นหายอดฮิตเกี่ยวกับ Landmark

ถ้าให้สรุปง่ายๆ Landmark Forum ก็เป็นสัมมนาที่แนะนำเกี่ยวกับวิธีคิด ผ่านการฟังเรื่องราวของชีวิตคนอื่นที่ออกไปแชร์หน้าห้อง (หรือก็จากชีวิตคุณเองถ้าคุณออกไปแชร์ครับ)

แล้ววิธีคิดที่ว่าคืออะไรบ้าง ผมอาจจะยกตัวอย่างมาเล่าสักสองสามอย่างละกันครับ

1.ไปเหนือเหตุผล : ที่ Landmark ใช้คำนี้เป็นหลักแต่ถ้าให้ผมแปลง่ายๆก็คือ “อย่ามีข้ออ้าง” นั่นแหละครับ เพราะบางทีเวลาเราไม่ได้ทำอะไรตามที่เราพูดหรือสัญญาออกไปเรามักจะมีเหตุผลสนับสนุนดีๆอยู่เสมอ เช่น ไม่ยอมลดความอ้วน เพราะ เพื่อนชวนไปกิน ผู้ใหญ่ชวนกินข้าว บลาๆๆๆ คือไอเหตุผลดีๆเหล่านี้ชาว Landmarktonian (ไม่มีนะครับผมแต่งขึ้นมาเอง) ก็จะมองว่าให้เราไปเหนือเหตุผลต่อให้เหตุผลมันจะเป็นเหตุผลที่ดีก็ตาม (แปลง่ายๆว่าไปลดความอ้วนสิอย่าข้ออ้างเยอะ)

2.สิ่งที่เกิดขึ้น และ เรื่องราวที่เกิดขึ้น : ส่วนตัวผมข้อนี้เป็นอะไรที่ผมชอบมากพอสมควร คือ เวลาที่มีเรื่องอะไรสักอย่างเกิดขึ้น เช่น เราโดนเพื่อนด่า เราอาจจะรู้สึกแย่มากคิดไปถึงว่าเพื่อนเราเกลียดเรามาก เพื่อนของเพื่อนเราก็เกลียดเรามากด้วย ต้องมีการตั้งกลุ่มไลน์ที่ไม่มีเรา แต่สิ่งที่ Landmark จะสอนให้เราแยกแยะคือ สิ่งที่เกิดขึ้นมันก็คือ เพื่อนด่าเรา ไอสิ่งที่เหลือมันคือ เรื่องราวที่เราคิดขึ้นมาเอง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องจริง (หรืออาจจะจริงก็ได้ 5555555) ดังนั้นพอเรา Focus เฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆเราก็จะเลิกฟุ้งซ่าน หลุดจากวงจรอุบาทว์ครับ

3.ชีวิตเราเป็นอิสระและไม่มีความหมาย : ข้อนี้น่าจะเป็นบทสรุปใหญ่ที่สุดของ Landmark Forum ครับ คือตัวสัมมนาพยายามจะสื่อสารว่าเราอยากจะเป็นอะไรเราก็เป็นได้ การที่เรามาคิดว่าวันนี้เราทำอย่างนั้นอย่างโน้นอย่างนี้ไม่ได้เพราะเราเป็นแบบนั้นแบบโน้นแบบนี้ ทั้งหมดนี้คือเราไปใส่ความหมายให้มันเอง จริงๆแล้วชีวิตเราไม่มีความหมายอะไรและเรามีอิสระที่จะเลือกอะไรก็ได้

จริงๆสิ่งที่เรียนมีมากกว่านี้อีกพอสมควรครับ แต่ทั้งหมดก็เป็นแนวคิดหรือมุมมองในการใช้ชีวิตอีกแบบนึงครับ

เรียน Landmark แล้วได้อะไร?

ผมเชื่อว่าหลักสูตรนี้ดีพอที่จะเปลี่ยนชีวิตใครบางคนได้จริงๆ เพราะผมก็เห็นการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ปมอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นกับผู้เข้าเรียนหลายๆคน ยกตัวอย่างเช่นใน Landmark Forum จะมีการบ้านอย่างนึงให้คุณไปเคลียร์ปมในใจกับคนบางคนในชีวิต ซึ่งก็แน่นอนว่ามันก็มีหลายๆคนที่ซึ้งน้ำตาแตกกันไป เช่น ได้คุยกับคนที่ไม่เคยคุยมานาน 20 ปี, กลับไปเคลียร์ใจกับเพื่อนที่บูลลี่เราตั้งแต่ประถม, กลับไปคุยกับแม่ที่ไม่ได้คุยกันมาทั้งชีวิต บลาๆๆๆๆๆๆ

และนี่อาจจะเป็นอีก 1 เหตุผลที่ทำไมคนที่เคยไปเรียนแล้วได้ผลลัพธ์ชอบมาชวนก็เป็นไปได้ครับ เพราะมันก็มีบางคนที่พลิกชีวิตได้ด้วย Landmark Forum ไปเลย แต่แน่นอนว่ามันไม่ได้ Work สำหรับทุกคน บางคนเรียนแล้วก็ไม่ได้อะไรครับ

มีป้ายชื่อติดตัวตลอดเวลา เพราะโค้ชจะเรียกชื่อเราบางครั้ง

สำหรับผมละ? ส่วนตัวผมก็ยังรู้สึกว่า Landmark Forum มีหลายๆแนวคิดที่ดี อาจจะเป็นเพราะไม่เคยเรียน Coach หรือถูก Coach แบบเป็นจริงเป็นจังสักเท่าไหร่ ก็เลยมีหลายๆแนวความคิดที่ดีและเหมาะที่จะเอาไปใช้งานต่อได้ แต่แน่นอนว่าก็ไม่ได้รู้สึกว่า “ว้าวนี่คือหลักสูตรที่เปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกาล” แต่ก็เป็น Another good dot in my life ครับ

และที่สำคัญคือ Landmark Forum ไม่ได้การันตีผลลัพธ์ครับ ว่าการที่คุณมีอิสระ หรือ การได้ไปสะสางปมในใจกับใครสักคนในชีวิต มันจะได้ผลลัพธ์ที่ดี หรือ แย่ เพราะ ในห้องเรียนก็มีตัวอย่างให้เห็นเหมือนกัน ที่มีผู้เข้าเรียนไปแก้ปมในใจกับพ่อที่ไม่ได้คุยกันมานานหลายปีแล้วทุกอย่างชิบหายกว่าเดิม

แต่อย่างไรก็ดีเรียนจบแล้วยังมีสัมมนาออนไลน์ต่ออีก 10 ครั้ง (ซึ่งตอนนี้ที่ผมเขียนบทความก็ยังเรียนอยู่) เป็นลักษณะของการ Coach สิ่งที่ได้มาจาก Forum เพื่อนำไปใช้งานต่อในชีวิตจริงชื่อว่าสัมมนา Breakthough (รู้สึกว่าได้อะไรน้อยกว่าตอนเรียน Forum มาก) และ ถ้าใครอินใครชอบใครรัก Landmark Forum ก็ยังมีอีกหลายสัมมนารอให้ไปเรียนต่อเช่น Advance หรือ ILP ซึ่งผมก็ขอพักก่อนครับ ปวดตูดไปหมดละ

รวมคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ Landmark

Q1: เรียนแล้วได้อะไรไหม

A1: ก็ตามที่เขียนไปครับ

Q2: ตกลง Landmark เป็นลัทธิไหม

A2: เป็นองค์กรแสวงหาผลกำไรครับ (และแนะนำให้ไปดูงบใน DBD อย่างมาก)

Q3: ทำไมมคนเรียน Landmark ชอบมาชวนคนอื่น

A3: เพราะตัว Landmark เองมีการบ้านข้อนี้เหมือนกันครับ แต่หลักๆผมว่าก็เพราะมันอาจจพลิกชีวิตคนชวนมั้งครับ

Q4: คนที่มาช่วยๆได้อะไรไหม

A4: เท่าที่รู้มาไม่ได้อะไรเลย อาสาสมัครล้วนๆ (ดังนั้นจึงแนะนำให้ไปดูงบใน DBD อย่างมาก)

Q5: ทำไมชาว Landmarktonian ชอบพูดภาษาแปลกๆ

A5: Landmarktonian เรียกกันว่ามันคือภาษา Transformation (ผมโคตรไม่ชอบ) ซึ่งเวลาที่เขาสื่อสารกันมันเข้าใจง่ายกว่า

Q6: ถ้าสนใจจะเรียนควรไปเรียน Introduction Class ก่อนไหมม

A6: หนีไปให้ไว จงอย่าไปเรียน Introduction ไม่ว่าออนไลน์หรือออฟไลน์ เพราะเรียนไปคุณก็ไม่รู้อยู่ดีว่า Landmark เรียนเกี่ยวกับอะไร จะลามปามหาว่าสิ่งนี้มันบ้าๆบอๆซะมากกว่า ถ้าสนใจก็เตรียมตังค์เตรียมตูดไปนั่งเรียน Class เต็มได้เลย

สรุป

Landmark Forum หรือ แลนด์มาร์คฟอรั่ม ก็เป็นอีก 1 หลักสูตร หรือ สัมมนาเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเอง ที่ดีพอที่จะเปลี่ยนชีวิตใครบางคนได้จริงๆ แต่ที่สำคัญคือ Landmark Forum ไม่ได้การันตีผลลัพธ์ ว่าการเปลี่ยนของคุณมันจะเป็นเรื่องดี หรือ แย่

และสำหรับผมการไปเรียนรู้เรื่องใหม่ๆอย่าง Landmark Forum ก็ถือเป็นการเก็บ Dot ในชีวิตที่ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยครับ สำหรับบางคนมันอาจจะดีมาก และ สำหรับบางคนมันก็ห่วยแตกมากเช่นกัน

อีกอย่างคือ Class นี้ถือว่ามีความน่าสนใจอย่างมากในด้านของ Audience ที่เข้ามาเรียน มีตั้งแต่บางคนที่ต้องขายทองแม่เพื่อมาส่งตัวเองเรียน จนกระทั่งเจ้าของบริษัท 1,000 ล้านที่ขับ Lamborghini มาจอดหน้าโรงแรม

สุดท้ายถ้าผมจะแนะนำใครไปเรียน Landmark Forum ไหม? ก็ต้องบอกเลยว่า “ตัดสินใจเอาเองเถอะครับ”


Comments

Leave a Reply

Discover more from hundredtimesfaster

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading